เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ ศาลอุทธรณ์ มีการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีแพ่งซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลอุทธรณ์ โดยข้อพิพาทดังกล่าวยังเกี่ยวเนื่องกับ คดีอาญาของศาลอาญามีนบุรี คดีหมายเลขดำที่ อ.1394/2566 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.3248/2567
ในวันดังกล่าว “เต๋า–สุนีย์นาฏ บุญยกิจโนทัย” ฝ่ายจำเลย เดินทางมาศาลพร้อมทนายจำเลย โดยทั้งจำเลยและทนายจำเลยได้ ร่วมเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและมีส่วนร่วมในการเจรจาหาทางออก เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้วยแนวทางประนีประนอม
ขณะเดียวกัน นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ได้นำผู้เสียหาย “หรั่ง–กันต์ฤทัย บุญมี” ฝ่ายโจทก์ เข้าร่วมการเจรจา โดยนายสุรเดชทำหน้าที่เป็น แกนหลักในการช่วยประสานการไกล่เกลี่ยระหว่างทั้งสองฝ่าย เปิดโอกาสให้คู่กรณีได้พูดคุย ทำความเข้าใจ และหาทางออกร่วมกัน
ตลอดกระบวนการดังกล่าว ทนายจำเลยได้ร่วมในการไกล่เกลี่ยและประสานการเจรจากับคู่กรณี เพื่อให้การพูดคุยสามารถดำเนินไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ ขณะที่ทุกฝ่ายต่างให้ความร่วมมือในการหาข้อยุติร่วมกัน
ภายหลังการเจรจา ฝ่าย “เต๋า–สุนีย์นาฏ บุญยกิจโนทัย” แสดงความประสงค์แก้ไขปัญหาด้วยแนวทางประนีประนอม และ ตกลงชดใช้เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ผู้เสียหาย จนในที่สุดทั้งสองฝ่ายสามารถไกล่เกลี่ยกันลงตัว
ด้าน “หรั่ง–กันต์ฤทัย บุญมี” ผู้เสียหายและฝ่ายโจทก์ ระบุว่ารู้สึกดีใจที่การไกล่เกลี่ยสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ และข้อพิพาทสามารถคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี
ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขของข้อตกลงไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยสาระสำคัญคือ ฝ่ายจำเลยตกลงชดใช้เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และคู่กรณีสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้
การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นการคลี่คลายข้อพิพาทด้วยแนวทางประนีประนอม โดย นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล เป็นแกนหลักในการช่วยประสานการไกล่เกลี่ย ขณะที่จำเลยและทนายจำเลยให้ความร่วมมือและร่วมในการเจรจา จนทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติและยุติข้อพิพาทด้วยดีในที่สุด










































